ในยุคที่เทคโนโลยีการตลาดก้าวไปไกล ข่าวดีคือเรามีเครื่องมือและตัวชี้วัดมหาศาล แต่ข่าวร้ายคือ “ยิ่งข้อมูลมาก ยิ่งทำให้เราสับสน” นักการตลาดจำนวนมากพยายามมองหาตัวชี้วัดเดียว (Single Metric) ที่จะมาอธิบายความสำเร็จทั้งหมด แต่ความจริงที่เหล่าผู้นำตลาดค้นพบคือ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ตอบโจทย์ทุกอย่าง
การวัดผล Influencer Marketing ที่มีประสิทธิภาพในปี 2026 ต้องมองจากหลายมุม เพื่อให้เห็นภาพรวมเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่การมองรายแคมเปญแบบจบเป็นครั้งๆ ไป แต่นี่คือการสร้าง “ระบบ” เพื่อยกระดับให้ Influencer Marketing มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางขององค์กร
1. Performance Metrics
หัวใจสำคัญของข้อนี้คือการเลิกหลงทางกับตัวเลขที่ดูดีแต่ไม่มีความหมาย แล้วหันมาโฟกัสที่ผลกระทบตาม Customer Journey
- กำหนดเป้าหมายให้ชัด: ก่อนเลือกตัวชี้วัด คุณต้องตอบให้ได้ก่อนว่าอยากส่งผลต่อช่วงใด เช่น การรับรู้ (Awareness), ความเชื่อมั่น (Trust) หรือการตัดสินใจซื้อ (Conversion)
- Brand Vitality Score: แนวคิดนี้คือการรวม 3 องค์ประกอบเข้าด้วยกัน ได้แก่
- Visibility: การมองเห็นที่แท้จริง
- Impact: อิทธิพลที่สร้างการจดจำและการพูดถึง
- Trust: ผู้บริโภคเชื่อถือสิ่งที่ Influencer สื่อสารมากน้อยแค่ไหน
- การ Benchmark ระดับตลาด ผู้นำตลาดไม่ได้ดูแค่ผลงานตัวเอง แต่จะเปรียบเทียบข้ามแคมเปญ ข้ามแบรนด์ หรือแม้แต่ข้ามคู่แข่ง เพื่อหาว่าอะไรคือ ปัจจัยที่สร้าง Impact ในตลาดอย่างแท้จริง
2. Spend Efficiency Metrics
นอกเหนือจากการวัดผลลัพธ์ในเชิงปริมาณแล้ว สิ่งที่แบรนด์จำเป็นต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการตอบคำถามว่า “เงินที่ลงทุนไปนั้นมีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน?” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างแม่นยำ โดยหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนคำถามเชิงกลยุทธ์จากการโฟกัสแค่ “ค่าตัวของ Influencer” มาเป็นการวิเคราะห์ว่า “Influencer แต่ละคนสามารถสร้างผลลัพธ์กลับคืนมาต่อเงิน 1 บาทได้มากเพียงใด” มุมมองนี้จะช่วยให้นักการตลาดสามารถบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอของ Influencer ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการจัดสรรงบประมาณไปยังกลุ่มคนที่สร้างผลตอบแทนสูงสุด หรือ Top Performers และการปรับปรุงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มค่า ROI ของทั้งโปรแกรมให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
3. Cost Equivalency Metrics
ปัญหาคลาสสิกของนักการตลาดคือการอธิบายคุณค่าของ Influencer ให้ผู้บริหารฟังเมื่อต้องเทียบกับสื่ออื่น เช่น Facebook Ads หรือ Google Ads
EMV (Earned Media Value) คืออะไร
EMV (Earned Media Value) คืออะไร? หลายคนมักเข้าใจผิดว่านี่คือตัววัดประสิทธิภาพ แต่จริงๆ แล้ว EMV คือเครื่องมือเปรียบเทียบต้นทุน เพื่อดูว่าถ้าเราต้องการ Reach และ Engagement ระดับนี้จากการซื้อโฆษณา (Paid Media) เราต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่
มาตรฐานการเปรียบเทียบ EMV
มาตรฐานการเปรียบเทียบ EMV ช่วยให้ Influencer Marketing ถูกนำไปเปรียบเทียบกับสื่อช่องทางอื่นได้ในมาตรฐานเดียวกัน ช่วยให้แบรนด์ตัดสินใจโยกงบประมาณมาสู่ช่องทางที่คุ้มค่ากว่าได้อย่างมีหลักการ
4. Web Traffic & Lead Generation
ในปี 2026 การวัดผลต้องเชื่อมโยงกับ Digital Funnel ของแบรนด์มากขึ้น โดยดูว่าเมื่อ Influencer เริ่มสื่อสารแล้ว มีคนขยับเข้ามาหาแบรนด์จริงหรือไม่
Traffic Quality
Traffic Quality คือ ตรวจสอบจำนวนผู้ใช้ใหม่ (New Users) และระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์ (Session Duration) เพื่อดูว่า Influencer ส่งคนที่ “ใช่” มาให้เราหรือไม่
Conversion Rate
Conversion Rate หรือ การวัดผลลัพธ์ไปจนถึงการสมัครสมาชิก หรือการลงทะเบียนสนใจสินค้า (Lead) เพื่อเปลี่ยนจากความสนใจให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ
5. Sales & Long-term ROI
เป้าหมายสูงสุดของแคมเปญคือยอดขาย แต่ผู้นำตลาดจะมองลึกไปถึง ROI หรือความคุ้มค่าระหว่างกำไรที่ได้เทียบกับเงินที่จ่ายไป โดยวัดผ่าน KPIs ที่จับต้องได้ เช่น ยอดขายตรงจากลิงก์ Tracking หรือรหัสส่วนลดเพื่อเช็กว่าใครปิดการขายได้เก่งที่สุด ขณะเดียวกันยังใช้ Attribution Model เพื่อดูว่า Influencer ช่วยโน้มน้าวใจในขั้นตอนไหนบ้าง เพราะบางครั้งเขาอาจไม่ได้ปิดการขายทันที แต่เป็นคนสร้างความเชื่อมั่น จนลูกค้ายอมจ่ายเงินในภายหลัง การมองแบบนี้จะช่วยให้แบรนด์เห็นมูลค่าที่แท้จริงมากกว่าแค่ยอดขายฉาบฉวย
Sixtyscope แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่จบทุกขั้นตอนผ่าน Line
เราภูมิใจนำเสนอ Sixtyscope แพลตฟอร์มบริหารจัดการ Influencer และ KOCs แบบครบวงจรที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานผ่านแอปพลิเคชัน Line ได้โดยตรง ช่วยให้คุณสามารถติดต่อ บรีฟงาน ตรวจคอนเทนต์ ไปจนถึงสรุปผลการทำงานของอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากได้ในนามของ Sixtyscope อย่างสะดวกรวดเร็ว
ยกระดับแบรนด์ของคุณด้วยนวัตกรรมจาก Sixtygram Agency
หากคุณต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของการตลาดแบบเดิมและต้องการระบบที่จัดการทุกอย่างได้อย่างเบ็ดเสร็จและวัดผลได้แม่นยำ Sixtyscope คือคำตอบที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการกองทัพ KOCs ได้อย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและยอดขายที่เติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2026 นี้








