คำนวณ ER% บัญชี Tiktok
คิดค่า Engagement Rate ออนไลน์ ฟรี

โปรแกรมคำนวณเปอร์เซ็นต์เอนเกจเม้นต์(Engagement Rate) ของบัญชีคนดัง อินฟลู ดารา เพื่อวัดประสิทธิภาพความคุ้มค่าต่อการจ้างงาน หรือ ตรวจสอบคุณภาพของบัญชี Tiktok เป้าหมาย

วิธีใช้งาน Engagement Rate Tools

เริ่มต้นคำนวณยอดเอนเกจเม้นง่ายๆ ได้ด้วย ชื่อผู้ใช้ (Username) หรือลิงก์บัญชี Tiktok ที่ต้องการตรวจสอบ จากนั้นทำตามขั้นตอนทั้ง 3 ข้อด้านล่างนี้

1. กรอกชื่อบัญชีหรือลิงก์ Tiktok

1.กรอกชื่อบัญชีหรือลิงก์ Tiktok

คัดลอก Username หรือลิงก์ URL ของบัญชี Tiktok ที่ต้องการคำนวณ Engagement Rate ของบัญชีนั้นๆแล้ว นำมาวางในช่องกรอกชื่อบัญชี Tiktok หรือ Link Profile ของเครื่องมือ ตรวจสอบชื่อบัญชีให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ใช้ชื่อผู้ใช้ Tiktok ให้ถูกต้อง ไม่ใช่ชื่อเล่นที่แสดงในโปรไฟล์

2. กดค้นหาเพื่อแสดง ER% ของบัญชี

2.ค่า ER tiktok

เมื่อใส่ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ กดปุ่มคำนวณ ระบบจะแสดงค่า Engagement Rate(%) ยอดผู้ติดตาม ไลก์ต่อโพสต์ และคอมเมนต์ต่อโพสต์ ของผู้ใช้ Instagram นั้นๆ

3. คัดลอก หรือ ดาวน์โหลดเก็บไว้

3.ดาวน์โหลดรีพอร์ตค่า ER Tiktok

เมื่อเกิดการแสดงผลยอด Engagement Rate ที่สำเร็จและครบถ้วน ระบบจะเปิดให้คุณสามารถดาวน์โหลดไฟล์ Xls หรือ คัดลอกข้อมูล เพื่อนำไปใช้ต่อในแคมเปญการตลาดของอินฟลูเอนเซอร์บัญชีนั้นๆต่อได้

ตัวอย่างผลลัพธ์

Engagement Rate

4.5%

ดีที่สุด(หายาก)


sixtygramlogoforliff

ชื่อบัญชี Tiktok แสดงที่นี่

@ลิงก์บัญชี Tiktok

ยอดผู้ติดตาม

3.4M

ไลก์/โพสต์

234K

คอมเมนต์/โพสต์

12K

ดาวน์โหลดรีพอร์ทฟรี

Engagement Rate TikTok คืออะไร?

Engagement Rate TikTok หรือ ER% คือ อัตราการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ TikTok ที่คำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ช่วยให้เห็นว่าคลิปได้รับการตอบรับมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับฐานที่ใช้วัด เช่น จำนวนผู้ติดตามหรือยอดรับชม ทั้งนี้ สำหรับ TikTok การดูยอดผู้ติดตามอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะคลิปสามารถเข้าถึงคนที่ยังไม่ได้ติดตามผ่านหน้า For You ได้ บัญชีขนาดเล็กจึงมีโอกาสได้รับการตอบรับสูงกว่าที่คาดจากจำนวนผู้ติดตาม ตามหลักการแนะนำเนื้อหาที่ TikTok อธิบายไว้ ค่า ER จึงเหมาะสำหรับใช้ประกอบการเช็กบัญชีอินฟลู แต่ควรเปิดดูคลิปด้วยว่าคนสนใจอะไร บางคลิปได้ไลก์เพราะมุกสนุก ขณะที่บางคลิปมีคนถามพิกัดสินค้า ซึ่งมีความหมายต่อการจ้างรีวิวต่างกัน

สูตรคำนวณ Engagement Rate ของ TikTok

Engagement Rate (ER) คือตัวเลขที่ใช้วัดว่าบัญชี TikTok สร้างปฏิสัมพันธ์(เอ็นเกจเม้น)ได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับขนาดผู้ติดตาม ไม่ใช่แค่ดูยอดไลก์ดิบ ๆ โดย สูตรที่เครื่องมือนี้ใช้เป็นแบบอิงจากการหารยอดผู้ติดตาม (follower-based) ดังนี้

ER% = [(ไลก์เฉลี่ยต่อโพสต์ + คอมเมนต์เฉลี่ยต่อโพสต์) ÷ จำนวนผู้ติดตาม] × 100

ซึ่งมีขั้นตอนโดยย่อได้แก่ การที่ระแบบเราดึงคลิปล่าสุดของบัญชี (สูงสุดประมาณ 12 คลิป) และนำมาหาค่าเฉลี่ยไลก์และคอมเมนต์ต่อโพสต์ จากนั้นนำผลรวมปฏิสัมพันธ์เฉลี่ยมาหารด้วยจำนวนผู้ติดตาม แล้วคูณ 100 เพื่อเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่าง เช่น บัญชีที่มีผู้ติดตาม 20,000 คน ได้ไลก์เฉลี่ย 900 ครั้ง และคอมเมนต์เฉลี่ย 100 ครั้งต่อโพสต์ ยอดเอ็นเกจเฉลี่ยรวม = 1,000 ครั้ง จะได้ ER = (1,000 ÷ 20,000) × 100 = 5% นั่นเอง

ทำไมใช้สูตรนี้ ?

การหารด้วยผู้ติดตาม(follower-based) ที่เราใช้ทำเป็น TikTok Engagement Rate Calculator ช่วยเปรียบเทียบคุณภาพบัญชีคนละขนาดได้ชัดกว่า เช่น บัญชีเล็กที่ได้ไลก์ไม่มาก อาจมี ER สูงกว่าบัญชีใหญ่ที่ยอดไลก์ดูเยอะแต่เทียบผู้ติดตามแล้วได้ค่าที่ต่ำ กล่าวคือ หากนำไปเป็นมาตรฐานวัดค่าเอ็นเกจเมนต์จริงแล้วนั้น จะต้องดูว่ายอดผู้ติดตามของบัญชีนั้นๆให้ค่าความสนใจเพียงใดกับแต่ละโพสต์คอนเทนต์ที่บัญชีนั้นๆเผยแพร่อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ดี ยังมีสูตรอีกแบบที่หารด้วยยอดรับชม (view-based) ใช้วัดประสิทธิภาพรายคลิป ซึ่งมักไม่แม่นยำเนื่องจากบัญชีนั้นอาจพึ่งได้รับกระแสไวรัลเพียงแค่ไม่กี่คลิปที่ถูกใช้มาคำนวณ ไม่ใช่ภาพรวมจริงของบัญชี ต่างจากที่เครื่องมือนี้คำนวณ เพราะเราวัดภาพรวมบัญชีเทียบกับฐานผู้ติดตามในภาพรวม เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการจ้างงานหรือคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์มากกว่า

วิธีอ่านผลคำนวณ ER% ของบัญชี TikTok

เมื่อเครื่องมือแสดงผล ให้ดู ER พร้อมกับตัวเลขอีกสามรายการ เพื่อเข้าใจว่าคะแนนนั้นมาจากบัญชีขนาดเท่าไร และได้รับการตอบรับลักษณะใด ดังนี้

ผลลัพธ์

วิธีอ่าน

Engagement Rate (%)

สัดส่วนปฏิสัมพันธ์ตามสูตรที่ใช้ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ผู้ชมที่ซื้อสินค้า

ยอดผู้ติดตาม

จำนวนผู้ติดตามบัญชี ไม่ใช่จำนวนคนที่จะเห็นทุกคลิป

ไลก์ต่อโพสต์

การกดถูกใจต่อโพสต์ตามชุดข้อมูลที่นำมาคำนวณ ไม่ใช่ยอดไลก์สะสมทั้งช่อง

คอมเมนต์ต่อโพสต์

ปริมาณความคิดเห็น ควรเปิดอ่านเพื่อแยกคำถามเกี่ยวกับสินค้าจากข้อความทั่วไป

สำหรับ TikTok ควรเปิดดูยอดวิวของคลิปประกอบด้วย หากคลิปหนึ่งมียอดวิวสูงมาก แต่มีคนกดไลก์หรือคอมเมนต์เพียงเล็กน้อย แสดงว่าการรับชมกับการตอบรับไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน อย่างไรก็ดี ผู้ชมบางคนอาจดูจนจบหรือกดเข้าหน้าสินค้าโดยไม่ได้แสดงความคิดเห็น จึงควรขอข้อมูลหลังบ้านเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น

หลักใช้ค่า Engagement Rate TikTok

1. ดูคลิปที่ใกล้เคียงกับงานที่จะจ้าง

หากต้องการจ้างรีวิวสินค้า ให้เปิดดูผลงานรีวิวที่ผ่านมาโดยตรงร่วมด้วย เช่น วิธีสาธิตสินค้า การอธิบายจุดเด่น และการชวนให้ผู้ชมทำตาม คลิปเต้นหรือคลิปตลกที่มี ER สูงอาจไม่ได้บอกว่าเจ้าของช่องจะทำรีวิวสินค้าได้น่าสนใจเสมอไป

2. แยกคลิปทั่วไปของช่องออกจากคลิปที่ดังแค่ครั้งเดียว

ลองไล่ดูหลายคลิปต่อเนื่องกันว่าการตอบรับอยู่ในระดับใกล้เคียงกันหรือไม่ หากยอดส่วนใหญ่มาจากคลิปเดียว ควรตรวจว่าคลิปนั้นดังเพราะเนื้อหาที่เจ้าของช่องทำเป็นประจำ หรือเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่ยากจะเกิดซ้ำ ก่อนนำไปคาดหวังผลของงานใหม่

3. อ่านเม้นว่าผู้ชมสนใจสินค้าหรือสนใจอย่างอื่น

หากมีคอมเมนต์ถามราคา วิธีใช้ รุ่นสินค้า หรือสถานที่ซื้อ ช่วยให้เห็นความสนใจที่เกี่ยวข้องกับงานรีวิว ส่วนคอมเมนต์ที่พูดถึงเพลง หน้าตา หรือมุกในคลิปก็มีคุณค่าด้านความบันเทิง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าคนสนใจสินค้า ควรพิจารณาให้ตรงกับเป้าหมายของแคมเปญ

4. ขอผลลัพธ์เพิ่มเมื่อจ้างเพื่อยอดขาย

หากต้องการดันยอดขายผ่าน TikTok เป็นช่องทางหลักในแคมเปญการตลาดออนไลน์จริง ควรขอข้อมูลผลงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การคลิกสินค้า คำสั่งซื้อ และยอดขายในช่วงแคมเปญ โดยตรวจว่ามีการลงโฆษณาสนับสนุนหรือไม่ ค่า ER ใช้ช่วยคัดเลือกแต่ไม่สามารถแทนผลขายจริงได้

ข้อจำกัดการเช็ก Engagement Rate TikTok

1. ไม่ได้บอกว่าผู้ชมดูคลิปนานแค่ไหน

ไลก์และคอมเมนต์ไม่สามารถบอกระยะเวลารับชมเฉลี่ยหรืออัตราดูจบได้ หากต้องการประเมินว่าคลิปเก็บคนดูไว้จนถึงช่วงแนะนำสินค้าหรือไม่ ต้องใช้ข้อมูลการรับชมจากหลังบ้านประกอบ

2. ค่า ER อาจรวมค่าจากการยิงแอดโฆษณา

หากคลิปมีการโปรโมตด้วยงบโฆษณา ตัวเลขที่เห็นอาจรวมการตอบรับจากผู้ชมที่เข้ามาผ่านโฆษณาด้วย เครื่องมือที่ใช้ยอดรวมเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดเกิดขึ้นแบบธรรมชาติ(Organic Reach)

3. คลิปใหม่ยังสะสมยอดได้ไม่เท่าคลิปเก่า

คลิปที่เพิ่งลงไม่กี่ชั่วโมงมีเวลารับยอดน้อยกว่าคลิปที่เผยแพร่มาหลายวัน หากคุณกดคำนวณค่า ER แล้วนำมาเปรียบเทียบกันโดยไม่ดูวันที่โพสต์ อาจทำให้เข้าใจว่าคลิปใหม่ทำผลงานแย่ ทั้งที่ยังเร็วเกินไปจะสรุป

4. เปอร์เซ็นต์ ER สูงไม่ได้ยืนยันคุณภาพผู้ติดตาม

การคำนวณ ER ไม่ใช่การยืนยันว่าจะบัญชีนั้นมีผู้ติดตามเป็นคนจริงหรือไม่(ไม่ใช่บอท) และไม่ได้บอกว่าผู้ชมอยู่ประเทศเดียวกับ Creator หรือคนที่ฟอลมีความสนใจตรงกับแบรนด์ ดังนั้น ก่อนจ้างจึงควรดูข้อมูลผู้ชมและตัวอย่างผลงานเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าที่ขายเฉพาะพื้นที่หรือเจาะลูกค้าบางกลุ่มได้ดี(Niche Content)

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องมือเปิดให้คำนวณ Engagement Rate TikTok ฟรี หากแต่เนื่องจากเป็นการแบ่งกันใช้กับผู้ใช้งานรายอื่น เพื่อตรวจสอบค่า ER ในการพัฒนาระบบฟรีได้ต่อไป TikTok Engagement Rate Calculator ของเราจึงขอจำกัดให้ดึงข้อมูลได้สูงสุด 4 ครั้งฟรีตามโควต้าการใช้งาน ดังนั้น ก่อนค้นหาควรเตรียมบัญชี Tiktok เป้าหมายที่ต้องการตรวจสอบให้พร้อม เพื่อใช้โควต้ากับอินฟลูที่กำลังพิจารณาจริง ๆ

ลองเปิดโปรไฟล์ใน TikTok เพื่อตรวจสอบว่าบัญชียังใช้งานอยู่และไม่ได้เปลี่ยน Username หากวางลิงก์แล้วค้นหาไม่พบ ให้ลองใช้ชื่อผู้ใช้หลังเครื่องหมาย @ แทน โดยไม่ใส่ข้อความอื่นที่ติดมากับการคัดลอกลิงก์

ไม่เท่ากันค่ะ การไม่แสดงผลหมายถึงยังคำนวณไม่ได้ ด้วยเหตุผลขัดข้องต่างๆ เช่น 0% อาจเกิดจากผลลัพธ์ตัวเลขจากข้อมูลที่นำมาคำนวณ หากเครื่องมือดึงข้อมูลไม่สำเร็จ ไม่ควรนำไปสรุปว่าบัญชีนั้นไม่มีคนกดไลก์หรือคอมเมนต์

เกิดขึ้นได้เมื่อปฏิสัมพันธ์เฉลี่ยต่อโพสต์มากกว่าจำนวนผู้ติดตาม เช่น มีผู้ติดตาม 1,000 คน แต่ได้ไลก์และคอมเมนต์เฉลี่ยรวม 1,500 ครั้ง จะมี ER เท่ากับ 150% เพราะคนที่มีส่วนร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ติดตาม และหนึ่งคนอาจทำได้หลายปฏิสัมพันธ์ จึงไม่ใช่ข้อผิดพลาดเสมอไป

TikTok Engagement Rate Calculator แต่ละเว็บอาจเลือกคลิปคนละชุด เก็บข้อมูลคนละเวลา หรือใช้ค่าเฉลี่ยและค่ามัธยฐานต่างกัน เช่น บางเว็บอาจใช้การคำนวณแบบ หารด้วยยอดรับชม (view-based) ต่างกับเว็บเราที่ใช้การหาค่า ER Tiktok จาก หารด้วยยอดผู้ติดตาม(follower-based) ซึ่งจะแม่นยำและได้ยอดเอนเกจเม้นของผู้ที่ติดตามบัญชีนั้นๆจริงๆมากกว่า ดังนั้น หากต้องการเปรียบเทียบอินฟลูหลายคน ควรตรวจผ่านเครื่องมือเดียวกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกันเสมอ

ผลจากเครื่องมือนี้อ้างอิงคลิปล่าสุดแบบเรียลไทม์ที่ดึงมาคำนวณ จึงไม่ใช่ค่า ER ณ วันที่ย้อนหลัง หากต้องการติดตามการเปลี่ยนแปลง ควรบันทึกผลพร้อมวันที่ตรวจแต่ละครั้ง เพื่อให้กลับมาเทียบได้ว่าบัญชีมี ER เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากรอบก่อนเท่าไร