Amintra

25 มกราคม 2026

12 วิธีในการทำ SEO ที่ได้ไปต่อในปี 2026

ในปี 2026 โลกของการค้นหาข้อมูลไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่หน้าผลลัพธ์ของ Google เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การใช้ AI Search และ Social Search อย่างเต็มตัว หากแบรนด์ยังคงยึดติดกับเทคนิคการทำ SEO แบบดั้งเดิมที่เน้นเพียงแค่การอัดคีย์เวิร์ด ย่อมไม่เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิดิจิทัลยุคใหม่ แก่นหลักของปีนี้ไม่ใช่แค่ของใหม่ แต่คือการทำพื้นฐานให้ดีและลึกกว่าเดิม เพื่อพิสูจน์ว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่ระบบค้นหายังพึ่งพาความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ผู้ใช้เป็นหลักครับ นี่คือ 12 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและถูกค้นพบได้ในทุกพื้นที่ที่ลูกค้าอยู่

1. การทำกลยุทธ์ Search Everywhere Optimization (SEvO)

1. การทำกลยุทธ์ Search Everywhere Optimization (SEvO)
Credit: sparktoro

การทำ SEO ยุคใหม่ต้องมองข้ามแค่เว็บไซต์ไปสู่การกระจายตัวในทุกแพลตฟอร์ม กลยุทธ์ Search Everywhere Optimization (SEvO) คือการทำให้แบรนด์ปรากฏตัวในทุกที่ที่ลูกค้าใช้ค้นหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นคลิปสั้นบน TikTok วิดีโอเจาะลึกบน YouTube หรือการค้นหาผ่าน AI Chatbot อย่าง ChatGPT และ Perplexity เป้าหมายคือการสร้างการรับรู้และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายคุณภาพผ่านหลากหลายช่องทางพร้อมกัน เพื่อให้แบรนด์ของคุณอยู่ในทุกจังหวะของการตัดสินใจ

2. ปรับโครงสร้างเนื้อหาแบบ Answer First เพื่อเอาใจ AI

เมื่อผู้ใช้งานหันมาถาม AI เพื่อหาคำตอบที่สรุปมาให้แล้ว เนื้อหาของคุณต้องถูกปรับให้ AI สามารถดึงไปใช้งานได้ทันที เทคนิค Answer First Format คือการจัดวางคำตอบที่ชัดเจนและตรงประเด็นไว้ในย่อหน้าแรกของบทความ โดยมีความยาวประมาณ 80 ถึง 120 คำ การทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ถูกนำไปอ้างอิงเป็นคำตอบหลักในระบบ AI Search และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ที่ต้องการความรวดเร็ว

3. หลักการ E-E-A-T ยุคใหม่

3. หลักการ E-E-A-T ยุคใหม่

ในปี 2026 ข้อมูลที่สร้างโดย AI นั้นมีอยู่มหาศาล สิ่งที่จะทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นคือการนำเสนอเนื้อหาจากประสบการณ์จริงของมนุษย์ คุณต้องแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ตรง ผ่านการใส่กรณีศึกษา (Case Study) ข้อมูลเชิงลึกจากการทดลองจริง หรือความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม คอนเทนต์ที่มี “ความเป็นมนุษย์” และความเรียลจะได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้ใช้งานและอัลกอริทึมมากกว่าคอนเทนต์ทั่วไป

4. การสร้างตัวตนผ่าน Brand Entity แทนการใช้แค่คีย์เวิร์ด

image 2
Credit: Thegotoguy

การตั้งชื่อเว็บไซต์และแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์มีความสำคัญสูงสุดในยุค AI Search การใช้ชื่อที่เป็นคำทั่วไปจะทำให้ AI แยกแยะตัวตนของคุณไม่ออกและมองว่าเป็นเพียงข้อมูลสาธารณะ แบรนด์ต้องปั้นชื่อของตนเองให้เป็น Unique Entity ในฐานข้อมูลความรู้ เพื่อให้ AI ระบุตัวตนได้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้เวลาที่ข้อมูลถูกนำไปตอบ จะมีการอ้างอิงชื่อแบรนด์ของคุณกลับมาอย่างถูกต้องเสมอ

5. พัฒนาเนื้อหาให้ลึกและสร้าง Topical Authority

AI ยุคใหม่ชอบเนื้อหาที่มีความเข้มข้นของข้อมูลสูงและมีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน บทความที่มีคุณภาพไม่ควรเขียนบาง แต่ควรมีความยาวที่ลงลึกในรายละเอียด (แนะนำขั้นต่ำ 1,900 คำสำหรับประเด็นสำคัญ) การจัดลำดับหัวข้อด้วย H2 และ H3 ที่สอดคล้องกันจะช่วยให้ระบบการค้นหาสามารถเชื่อมโยงความหมายและดึงข้อมูลไปแสดงผลได้อย่างแม่นยำ

6. การทำ Parasite SEO บนเว็บไซต์ที่มี Authority สูง

การอาศัยพลังของเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่มีทราฟฟิกสูงและมีความน่าเชื่อถือในสายตา Google ยังเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลดีเยี่ยม การทำ Guest Post บนเว็บดังที่มีคุณภาพจะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้น หัวใจสำคัญคือต้องสร้างเนื้อหาที่มีความตั้งใจสูงเทียบเท่าการทำบนเว็บของตัวเอง เพื่อให้อำนาจของเว็บใหญ่ช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือและดันอันดับให้แบรนด์อย่างยั่งยืน

7. การสร้าง Brand Mentions

การที่แบรนด์ถูกพูดถึงและมีการพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติใน Reddit, Quora, Pantip หรือ LinkedIn เป็นสัญญาณที่บอก AI ว่าแบรนด์ของคุณมีความสำคัญในหัวข้อนั้นๆ การมีตัวตนที่สม่ำเสมอในหลายแพลตฟอร์มจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความน่าจะเป็นที่ AI Models จะเลือกข้อมูลของคุณมาสังเคราะห์เป็นคำตอบให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก

8. ปรับ User Experience (UX) และ Technical Foundation

Technical SEO ยังเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด ถ้ากูเกิล Crawl ไม่ได้ ก็ไม่มีวันติดอันดับ เว็บไซต์ต้องเร็ว ใช้ง่าย และเสถียร โดยเฉพาะบนมือถือ ค่า Core Web Vitals ยังคงส่งผลโดยตรงต่ออันดับและพฤติกรรมผู้ใช้ หากผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่บนหน้าเพจนานขึ้น (Dwell Time) จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้อันดับของเว็บไซต์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

9. การอัปเดตเนื้อหาให้สดใหม่ด้วย Content Freshness

ในโลกที่ข้อมูลเปลี่ยนไว ความสดใหม่ของเนื้อหาเป็นสิ่งจำเป็นต่ออันดับ SEO การกลับมาอัปเดตบทความเดิมทุก 3 เดือนด้วยสถิติล่าสุด ข้อมูลทางกฎหมายใหม่ หรือเทรนด์ของปี 2026 จะช่วยรักษาความเกี่ยวข้อง (Relevance) ของเว็บไซต์ สิ่งนี้ส่งผลดีทั้งต่อการจัดอันดับบนกูเกิลและโอกาสในการถูกเลือกเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงในระบบ AI

10. การวัดผลแบบใหม่จากทราฟฟิกสู่การถูกอ้างอิง (Citations)

การวัดผลความสำเร็จในปี 2026 จะเปลี่ยนจากยอดคลิกเพียงอย่างเดียวไปสู่การถูกอ้างอิงชื่อแบรนด์ (AI Citations) คุณต้องติดตามว่าแบรนด์ปรากฏอยู่ในคำตอบที่สร้างโดย AI บ่อยแค่ไหนและในฐานะอะไร เป้าหมายสูงสุดคือการก้าวไปสู่การเป็น Cited Authority หรือแหล่งอ้างอิงหลักที่ระบบการค้นหาและผู้ใช้งานต่างมอบความไว้วางใจให้เป็นอันดับต้นๆ

11. ใช้ Schema และ Internal Link

Schema Markup และ Featured Snippet คือโอกาสเพิ่มพื้นที่บนหน้าค้นหาโดยไม่ต้องอยู่อันดับหนึ่งเสมอไป นอกจากนี้ การทำ Internal Link ยังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วยกระจายน้ำหนัก SEO และช่วยให้กูเกิลเข้าใจโครงสร้างความรู้ของเว็บไซต์คุณอย่างเป็นระบบ

12. มอง AI เป็นผู้ช่วย แต่ไม่ใช่ตัวแทนของกลยุทธ์

AI คือเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ วางโครง และเร่งการทำงาน แต่ถ้า Input ห่วย ผลลัพธ์ก็จะห่วยเสมอ AI ไม่สามารถแก้เว็บไซต์ที่โครงสร้างพัง หรือสร้างความเชื่อใจ (Trust) แทนแบรนด์ที่มีตัวตนจริงได้ ใครที่ทำพื้นฐานแข็งแรง จะเป็นผู้ที่อยู่รอดและชนะในยุค AI อย่างแท้จริงครับ

บทสรุป

กลยุทธ์ SEO ที่ยั่งยืนคือ Holistic SEO ที่มองภาพรวมทั้งเทคนิค คอนเทนต์ แบรนด์ และประสบการณ์ผู้ใช้ ของใหม่มาแล้วก็ไป แต่เว็บไซต์ที่กูเกิลเข้าใจ ผู้ใช้เชื่อถือ และระบบเสถียร จะยังคงเติบโตต่อไปได้ในระยะยาว การปรับตัวเข้าสู่ยุค Search Everywhere Optimization โดยไม่ทิ้งรากฐานที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้ธุรกิจของคุณครองใจผู้ใช้งานในทุกแพลตฟอร์มได้อย่างมั่นคงครับ

TAG ที่เกี่ยวข้อง: