หากคุณกำลังมองหาแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจอยู่ เรามั่นใจว่าคุณกำลังจะใช้มันเพื่อมอบสิทธิ์ให้กับบุคคลที่สนิทและไว้ใจได้เพื่อไปทำนิติกรรมสัญญาแทนคุณอยู่แน่ๆ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เรา Sixtygram Agency บริษัทเอเจนซี่โฆษณาของเราที่ทำธุรกรรมสัญญากับคู่ค้าอยู่บ่อยครั้งกำลังเผชิญ หากแต่การหาแบบฟอร์มดาวน์โหลดหรือเว็บโหลดที่มีร่างของหนังสือมอบอำนาจนั้นค่อนข้างมีรูปแบบแตกต่างกันอยู่พอสมควร นั่นทำให้ในวันนี้ เราจึงได้จัดทำบทความ หนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลดฟรี เพื่อใช้สำหรับแจกฟรีให้แก่ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยเปิดให้ดาวน์โหลดได้ทั้งไฟล์ PDF และ Word เพื่อให้คุณได้นำไปปรับปรุงใช้งานกันครับ
ดาวน์โหลดหนังสือมอบอำนาจ
มอบอำนาจระหว่างบุคคลธรรมดา
มอบอำนาจจากนิติบุคคล
หนังสือมอบอำนาจ คืออะไร?
หนังสือมอบอำนาจ(Power of Attorney) คือเอกสารทางกฎหมายฉบับหนึ่งที่บุคคลหนึ่ง(ผู้มอบอำนาจ) สามารถทำขึ้นมาด้วยตนเองได้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ต้องการแต่งตั้งหรือมอบอำนาจบุคคลอีกคนหนึ่ง(ผู้รับมอบอำนาจ) กระทำการแทนตนในเรื่องต่างๆ อันจะมีผลทางกฎหมายตามมา ซึ่ง หนังสือมอบอำนาจ อยู่ในหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 (เรื่องตัวแทน) และ มาตรา 798 ซึ่งกำหนดว่าหากกิจการที่มอบอำนาจต้องทำเป็นหนังสือ
ทั้งนี้ หนังสือมอบอำนาจโดยทั่วไปแล้วนั้น มักนิยมใช้เพื่อมอบอำนาจในการกระทำการแทนกันอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ เช่น มอบอำนาจเพื่อเซ็นต์รับรองหนังสือสัญญาแทนกัน หรือการรับสิทธิ์และหรือเอกสารใดๆแทนกันเป็นการชั่วคราว เป็นต้น
ทำไมต้องทำหนังสือมอบอำนาจ ?
หนังสือมอบอำนาจเป็นหลักฐานที่สำคัญอย่างยิ่ง หากคุณต้องการที่จะป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหากเกิดข้อพิพาททางกฎหมายเมื่อฝากให้ผู้อื่นไปกระทำการใดๆแทน เพราะ หนังสือมอบอำนาจสามารถใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันที่ขอบเขตอำนาจที่ผู้รับมอบอำนาจ(ผู้ที่คุณเซ็นต์ให้)จะพึงมีได้ในชั้นศาล ซึ่งถือว่าหนังสือมอบอำนาจเป็นพยานเอกสารที่ใช้เบิกความได้ ดังนั้น จึงถือได้ว่า หนังสือมอบอำนาจแทนการบอกปากเปล่าจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการกระทำการนอกคำสั่งของผู้ได้รับหน้าที่ให้ไปกระทำการแทน และสามารถเรียกพยานที่ลงนามร่วมในหนังสือมอบอำนาจนั้นเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงได้ในอนาคต(หากมี)
การนำหนังสือมอบอำนาจไปใช้
ในหนังสือมอบอำนาจควรระบุรายละเอียดและปฎิบัติ ดังนี้
- สถานที่และวันที่ ต้องระบุวันที่ที่ได้จัดทำหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้อง กล่าวคือก่อนวันทำนิติกรรมสัญญาของผู้ได้รับมอบอำนาจเสมอ
- ข้อมูลคู่สัญญา อันได้แก่ ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่ของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
- ขอบเขตการมอบอำนาจ ในหนังสือมอบอำนาจต้องระบุให้ชัดว่า เพื่อไปทำอะไร อย่างไร ที่ไหน และกับใคร
- ลายมือชื่อ ต้องมีลายมือชื่อของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญ และมีลายมือชื่อของพยาน(หากมี)
- อย่าลืมติดอากรแสตมป์ ใช้อากร 10 บาท มอบอำนาจทำกิจการครั้งเดียว หรือ 30 บาท หากมอบอำนาจทำกิจการมากกว่าหนึ่งครั้ง
- หากมีการขีด ขูด หรือ ลบ ต้องมีการเซ็นต์รับรองการแก้ไขของทั้งผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจทับการแก้ไขนั้นๆไว้
อย่างไรก็ดี การปรับใช้แบบฟอร์มสัญญาจ้างฟรีแลนซ์สำหรับงานออกแบบจาก Sixtygram ท่านสามารถปรับใช้ได้ด้วยตนเอง หรือ สามารถปรึกษาทนายความที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของสัญญาเพิ่มเติมก็ย่อมได้
กรณีตัวแทนกระทำเกินขอบเขตอำนาจที่ให้ไว้ในหนังสือ
หากตัวแทนกระทำที่เกินขอบเขตในหนังสือมอบอำนาจที่ผู้มอบอำนาจเขียนให้ไว้ ในทางกฎหมายจะถือว่าการกระทำของตัวแทน(ผู้รับมอบอำนาจ)ไม่มีผลผูกพันผู้มอบอำนาจ(ตัวการ) ยกเว้นผู้มอบอำนาจจะให้สัตยาบันรับรองการกระทำนั้นภายหลังซึ่งทำได้ และหากผู้มอบอำนาจไม่ได้ให้สัตยาบันรับรองการกระทำนั้นภายหลังแล้วนั้น ผู้รับมอบอำนาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเองแต่เพียงผู้เดียวนั่นเอง
หนังสือมอบอำนาจบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล
ความแตกต่างระหว่างหนังสือมอบอำนาจระหว่างบุคคลธรรมดา และ หนังสือมอบอำนาจจากนิติบุคคลให้กับบุคคลธรรมดา นั้นมีข้อแตกต่างกันแค่เพียง ในกรณีมอบอำนาจจากนิติบุคคล ผู้มอบอำนาจจำเป็นต้องมีตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทตามหนังสือรับรองจดทะเบียนเท่านั้น
หากไม่มีพยานในหนังสือมอบอำนาจ จะเกิดอะไรขึ้น
เวลาทำ หนังสือมอบอำนาจ หลายคนมักสงสัยว่า หากในเอกสารไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรอง หนังสือมอบอำนาจจะยังใช้ได้หรือไม่? ขอตอบแบบนี้ครับ โดยทั่วไป เวลาจัดทำหนังสือสำคัญ เช่น สัญญาหรือหนังสือมอบอำนาจ มักมีการให้พยานสองคนลงลายมือชื่อรับรองไว้ตอนท้ายเอกสาร พร้อมข้อความลักษณะว่า เพื่อเป็นหลักฐานจึงได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยาน จุดประสงค์ของการมีพยานคือเพื่อยืนยันว่า ผู้มอบอำนาจได้ลงลายมือชื่อในเอกสารจริงและมีบุคคลอื่นเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต พยานสามารถมาเบิกความยืนยันต่อศาลได้ว่าเอกสารนั้นเกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสอง กำหนดไว้ว่า การที่ต้องมีพยานสองคนลงลายมือชื่อรับรองนั้น เป็นกรณีเฉพาะที่ผู้ลงนามไม่ได้ใช้ลายมือชื่อปกติ แต่ใช้ ลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับ หรือเครื่องหมายอื่นแทนลายมือชื่อ หากมีพยานสองคนลงชื่อรับรอง จึงจะถือเสมือนเป็นการลงลายมือชื่อ นอกจากนี้ มาตรา 9 วรรคสามยังกำหนดอีกว่า หากการลงลายมือชื่อดังกล่าวทำต่อหน้าเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็ไม่จำเป็นต้องมีพยานลงชื่อรับรอง
ดังนั้น หากเป็นการทำ หนังสือมอบอำนาจที่ผู้มอบอำนาจลงลายมือชื่อด้วยตนเองตามปกติ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องมีพยานลงลายมือชื่อเสมอไป ต่อให้ไม่มีพยานในเอกสาร หนังสือมอบอำนาจก็ยังไม่เสียไป และยังคงมีผลตามกฎหมายได้ ซึ่งแนวทางนี้ยังสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1126/2505 ซึ่งศาลเห็นว่า หากเอกสารมีผลสมบูรณ์อยู่แล้ว การที่มีบุคคลมาลงชื่อเป็นพยานภายหลัง ไม่ได้ทำให้เอกสารเสียไป และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่คู่กรณี สรุปได้ว่า หนังสือมอบอำนาจที่ไม่มีพยานลงลายมือชื่อก็ยังใช้ได้ตามกฎหมาย หากผู้มอบอำนาจได้ลงลายมือชื่อด้วยตนเองจริง แต่การมีพยานลงชื่อไว้จะช่วยเพิ่มความชัดเจนและความน่าเชื่อถือของเอกสาร หากต้องใช้เป็นหลักฐานในกรณีมีข้อพิพาทในอนาคตนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การมีพยานลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือมอบอำนาจจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเอกสาร หากภายหลังเกิดข้อโต้แย้ง เช่น มีการกล่าวอ้างว่าลายเซ็นถูกปลอม หรือไม่ได้เป็นผู้ลงนามจริง พยานที่ลงชื่อไว้สามารถมาให้การยืนยันได้ ทำให้น้ำหนักของพยานเอกสารนั้นมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น