AMINTRA

4 เมษายน 2024

ครีเอเตอร์คืออะไร? อาชีพยุค Digital Nomad

ทุกวันนี้คนจำนวนมากไม่ทราบว่าครีเอเตอร์คืออะไร? ปัจจุบันครีเอเตอร์ (Creator) คือ ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา (Content) ในรูปแบบต่างๆ เช่น ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ เสียง หรือสื่อผสมผสาน เพื่อนำเสนอต่อกลุ่มเป้าหมายผู้ชมตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความบันเทิง การให้ความรู้ การศึกษา การประชาสัมพันธ์ หรือการตลาด บุคคลที่ประกอบอาชีพนักสร้างคอนเทนต์จะต้องมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ผลงานให้โดดเด่นและน่าสนใจ มีทักษะเฉพาะด้านที่จำเป็นสำหรับการสร้างคอนเทนต์ในแต่ละรูปแบบ อาทิ ทักษะการเขียน การถ่ายภาพ การตกแต่งภาพ การตัดต่อวิดีโอ และการใช้โปรแกรมกราฟิกต่างๆ นอกจากนี้ ยังต้องมีความเข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มผู้ชม เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่สามารถสื่อสารและตอบโจทย์กับเป้าหมายนั้นๆ ได้อย่างตรงประเด็น

ในปัจจุบัน อาชีพครีเอเตอร์กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการทำงานแบบอิสระและการดำเนินชีวิตในรูปแบบ “ดิจิทัลโนแมด” ที่สามารถทำงานได้จากทุกที่บนโลก โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลักในการประกอบอาชีพ

Digital Nomad เกี่ยวข้องกับการเป็นครีเอเตอร์ อย่างไร?

Digital Nomad

Digital Nomad หรือ ผู้ที่ทำงานออนไลน์และสามารถทำงานได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ (ดิจิทัล) หมายถึงการใช้ชีวิตทำงานจากที่ใดก็ได้บนโลก โดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ซึ่งอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็เป็นหนึ่งในอาชีพยุค Digital Nomad ที่สามารถทำได้จากทุกที่บนโลกใบนี้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์งาน เป็นอาชีพยอดฮิตยุคใหม่เหมาะสำหรับชาวการตลาดที่ชอบ work from anywhere ด้วยลักษณะของอาชีพครีเอเตอร์ที่ต้องการเพียงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต จึงเอื้อให้ครีเอเตอร์ดิจิทัลสามารถทำงานได้จากทุกที่บนโลก ไม่จำเป็นต้องทำงานในออฟฟิศหรือสถานที่ทำงานประจำแต่อย่างใด หลายคนจึงนิยมใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก และสร้างสรรค์งานคอนเทนต์ไปพร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน

หน้าที่ของครีเอเตอร์

หน้าที่หลักของคอนเทนต์ ครีเอเตอร์คือการสร้างสรรค์เนื้อหาหรือคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ให้น่าสนใจและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะเริ่มต้นด้วยการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่จะนำมาสร้างคอนเทนต์ จากนั้นจึงวางแผนและกำหนดรูปแบบของคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ชม เช่น จะเป็นบทความ(Blog) วิดีโอ(Video) หรือภาพประกอบ เมื่อได้แนวทางแล้วก็จะลงมือสร้างสรรค์คอนเทนต์ตามรูปแบบที่วางไว้ด้วยความพิถีพิถันและใช้ทักษะความรู้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพและน่าสนใจ

หลังจากนั้นจะต้องมีการตรวจสอบและแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ให้สมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว จึงจะนำคอนเทนต์นั้นออกเผยแพร่บนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ยูทูบ เป็นต้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับชม ครีเอเตอร์จำเป็นต้องติดตามและประเมินผลตอบรับที่ได้รับจากผู้ชมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาคอนเทนต์ในครั้งต่อไปให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง

  1. ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ต้องการสร้างคอนเทนต์
  2. วางแผนและกำหนดรูปแบบของคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
  3. สร้างสรรค์คอนเทนต์ตามแผนที่วางไว้ ด้วยทักษะและความถนัดของตน
  4. ตรวจสอบและแก้ไขคอนเทนต์ให้สมบูรณ์ก่อนนำเสนอ
  5. เผยแพร่คอนเทนต์ไปสู่แพลตฟอร์มต่างๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ยูทูบ เป็นต้น
  6. ติดตามและประเมินผลตอบรับจากผู้ชม เพื่อปรับปรุงคอนเทนต์ให้ดียิ่งขึ้น

ประเภทของครีเอเตอร์

ประเภทของครีเอเตอร์

คอนเทนต์ครีเอเตอร์สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามรูปแบบคอนเทนต์ที่ถนัด ดังนี้

  1. ครีเอเตอร์เนื้อหาประเภทข้อความ เป็นผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบบทความ บล็อก กระทู้พันทิพ อีบุ๊ก รวมถึงคอนเทนต์ประเภทตัวอักษรอื่นๆ จำเป็นต้องมีความสามารถในการเรียบเรียงภาษาและถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างน่าสนใจ
  2. รีเอเตอร์ภาพนิ่ง เน้นการสร้างสรรค์คอนเทนต์ประเภทภาพถ่ายและภาพกราฟิก เช่น ภาพสินค้า อินโฟกราฟิก นามบัตร โลโก้ ต้องมีทักษะการถ่ายภาพและการตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมกราฟิก
  3. ครีเอเตอร์คอนเทนต์วิดีโอ มีความชำนาญในการผลิตและตัดต่อวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอคลิป วิดีโอแนะนำสินค้า วิดีโอสอนทำ หรือวิดีโอคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ จำเป็นต้องมีทักษะในการวางแผนงาน การควบคุมกระบวนการผลิต และการใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
  4. ครีเอเตอร์คอนเทนต์ประเภทเสียง ทำหน้าที่สร้างสรรค์คอนเทนต์รูปแบบเสียงหรือพอดแคสต์ ซึ่งต้องมีทักษะการพูด การดำเนินรายการ และการใช้โปรแกรมตัดต่อเสียงที่ดี
  5. นอกจากนี้ยังมีครีเอเตอร์คอนเทนต์แบบผสมผสาน ที่สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์หลากหลายรูปแบบรวมกันได้ เช่น บทความประกอบภาพและวิดีโอ หรือรายการวิดีโอที่มีทั้งเสียงและตัวอักษร ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะครบทุกด้าน

คุณสมบัติและทักษะที่ควรมีของชาวครีเอเตอร์

Hard Skills ของคอนเทนต์ครีเอเตอร์

  • ทักษะการเขียนและการใช้ภาษา
  • ทักษะการถ่ายภาพและการตกแต่งภาพ
  • ทักษะการตัดต่อวิดีโอและเสียง
  • ทักษะการใช้โปรแกรมกราฟิกและมัลติมีเดีย
  • ทักษะการเขียนโปรแกรมและพัฒนาเว็บไซต์ (ขึ้นอยู่กับประเภทคอนเทนต์)

Soft Skills ของคอนเทนต์ครีเอเตอร์

  • ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
  • ทักษะการสื่อสารและการนำเสนอ
  • ทักษะการบริหารจัดการเวลา
  • ความละเอียดรอบคอบและใส่ใจในรายละเอียด
  • ความอดทนและความพยายาม
  • ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และการวิจัย
  • ความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค

อยากเป็น ครีเอเตอร์ ต้องเรียนอะไร?

ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นพิเศษ เนื่องจากการเป็น content creator สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม หลักสูตรที่น่าสนใจและเกี่ยวข้อง ได้แก่ สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน นิเทศศาสตร์ สื่อดิจิทัล, สาขาวิชาศิลปกรรมหรือการออกแบบ, สาขาวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ, สาขาวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือภาษาต่างประเทศอื่นๆ และ สาขาวิชาการตลาดและการโฆษณา

สรุปได้ว่า ครีเอเตอร์หมายถึงอาชีพที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์และผลิตเนื้อหาหรือคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ บทความ วิดีโอ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และสื่อผสมผสาน เพื่อเผยแพร่และตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุค Digital Nomad ที่ชื่นชอบความเป็นอิสระในการทำงานได้จากทุกที่บนโลก โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลัก นอกจากความรู้และทักษะในด้านการผลิตคอนเทนต์แล้ว คอนเทนต์ครีเอเตอร์ยังจำเป็นต้องมีทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจผู้ชม รวมถึงการนำเสนอและสื่อสารข้อมูลที่น่าสนใจ เพื่อให้คอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ขึ้นสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์

admin
ผู้เขียน AMINTRA CHAIPAK

หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Sixtygram ดำรงต่ำแหน่งทั้ง CEO และนักการตลาดผู้เชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ด้าน Digital Marketing จะไม่มีวันหยุดนิ่ง และจะปรับเปลี่ยในทุกๆวัน การแสวงหาความรู้เพื่อยอดต่อในธุรกิจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด