AMINTRA

12 พฤษภาคม 2024

โปรดักชั่น คืออะไร? ออกกองทั้งทีต้องมีตำแหน่งอะไรบ้าง

โปรดักชั่น (Production) คือ การดำเนินการผลิตภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์นอกสถานที่หรือนอกสตูดิโอ โดยมีคณะทำงานหรือทีมงานหลายฝ่ายร่วมกันออกไปถ่ายทำตามสถานที่ต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ตามบทภาพยนตร์หรือละคร คำว่า “ออกกอง” มีความหมายตรงตัวคือ การออกจากสถานที่ทำงานหลักหรือสตูดิโอ เพื่อไปดำเนินงานถ่ายทำในสถานที่จริงภายนอก เช่น ถ่ายทำในตัวเมือง ชนบท ป่าเขา หรือสถานที่สำคัญต่างๆ ตามที่กำหนดในบท ในการออกกองถ่ายทำภาพยนตร์หรือละคร จะต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ถ่ายทำ เครื่องมือต่างๆ รวมถึงบุคลากรทีมงานฝ่ายต่างๆ ทั้งด้านการถ่ายภาพ เทคนิคภาพและเสียง ฝ่ายศิลป์ ฝ่ายอำนวยการสร้าง และนักแสดง เพื่อให้การถ่ายทำสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

การออกกองถ่ายทำภายนอกสถานที่จริงนี้ มีความจำเป็นและสำคัญมาก เนื่องจากสามารถสร้างบรรยากาศและมิติความสมจริงให้กับภาพยนตร์หรือละครได้เป็นอย่างดี ช่วยสร้างคุณภาพผลงานที่ดีกว่าการถ่ายทำในสตูดิโออย่างเดียว การมีบุคลากรที่ครบถ้วนในทุกตำแหน่งจะช่วยให้กระบวนการผลิตราบรื่น มีความพร้อมในทุกด้าน สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที และที่สำคัญจะทำให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

Author : ผู้ประพันธ์ ผู้แต่ง

Author หรือ ผู้ประพันธ์ เป็นบุคคลที่สร้างสรรค์ผลงานต้นฉบับขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย บทละคร หรือบทภาพยนตร์ ผู้ประพันธ์จะเป็นคนคิดเรื่องราว โครงเรื่อง ตัวละคร และพลอตเหตุการณ์ขึ้นมาด้วยตนเอง
ในกรณีที่เป็นการนำผลงานที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ เช่น นวนิยายหรือบทละครเรื่องดัง ผู้ประพันธ์ก็คือผู้สร้างสรรค์ผลงานต้นฉบับนั้นๆ บทบาทของผู้ประพันธ์จะเน้นไปที่การสร้างสรรค์เนื้อเรื่องขึ้นมาใหม่ พร้อมกำหนดวิสัยทัศน์และรูปแบบของผลงานชิ้นนั้นๆ หลังจากนั้นจึงค่อยมีการนำเนื้อเรื่องไปดัดแปลงต่อยอดให้เหมาะสมกับการสร้างเป็นภาพยนตร์หรือละครโดยทีมงานอื่นๆ ในบางครั้งผู้ประพันธ์อาจมีบทบาทร่วมในการดัดแปลงผลงานของตนเองก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่มักให้ทีมนักเขียนบทภาพยนตร์ (Screenwriter) เป็นผู้รับหน้าที่ดัดแปลงผลงานต้นฉบับออกมาเป็นบทภาพยนตร์

Screenwriter : ผู้เขียนบท

Screenwriter หรือ ผู้เขียนบท เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ดัดแปลงเรื่องราวจากต้นฉบับ ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย เรื่องสั้น หรือบทละครเวที ให้อยู่ในรูปแบบของบทภาพยนตร์หรือบทละครโทรทัศน์ ผู้เขียนบทจะต้องทำงานร่วมกับทีมงานฝ่ายต่างๆ เพื่อให้บทมีความสมบูรณ์และเหมาะสมกับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

Producer : ผู้อำนวยการสร้างและควบคุมการผลิต

Producer หรือผู้อำนวยการสร้างเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการผลิตภาพยนตร์ เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมดูแลกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการ หน้าที่หลักของพวกเขาคือการวางแผนและบริหารจัดการโครงการภาพยนตร์ให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เริ่มต้นด้วยการจัดหาแหล่งเงินทุน จัดตั้งทีมงาน วางแผนงบประมาณและกำหนดเวลาการทำงาน จากนั้นจึงคัดเลือกบุคลากรหลักเข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ นักแสดงนำ ผู้เขียนบท รวมถึงหัวหน้าทีมงานแต่ละฝ่าย

เมื่อเริ่มต้นการผลิตแล้ว ผู้อำนวยการสร้างมีหน้าที่สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้เพียงพอ ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร อุปกรณ์ และสถานที่ ควบคู่ไปกับการติดตามและกำกับดูแลความคืบหน้าของการดำเนินงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนการผลิต ระหว่างการถ่ายทำ จนถึงหลังการถ่ายทำ หากมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างการผลิต พวกเขามีหน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้สามารถดำเนินการผลิตต่อไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับผู้ให้ทุนหรือสตูดิโอต้นสังกัด เพื่อรายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ

หลังจบโครงการแล้ว ผู้อำนวยการสร้างอาจมีบทบาทในการประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์และกระบวนการทางการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ประชาชนเข้าชมภาพยนตร์เรื่องนั้น ด้วยบทบาทและความรับผิดชอบที่กว้างขวางครอบคลุมทุกขั้นตอน ผู้อำนวยการสร้างจึงเปรียบเสมือนผู้จัดการโครงการที่มีหน้าที่สำคัญในการผลักดันและกำกับดูแลให้การผลิตภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Associate Producer : ผู้อำนวยการดูการสร้าง

Associate Producer เป็นผู้ช่วยของ Producer หรือผู้อำนวยการสร้างหลัก มีบทบาทในการคอยกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานในกระบวนการผลิตภาพยนตร์ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยจะทำงานร่วมกับ Producer และทีมงานฝ่ายต่างๆ หน้าที่หลักของ Associate Producer ประกอบด้วย:

  • ศึกษาและทำความเข้าใจกับแผนการทำงานและกรอบงบประมาณของโครงการ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงานในแต่ละฝ่าย เช่น ฝ่ายการผลิต ฝ่ายศิลปกรรม ฝ่ายเทคนิคต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกส่วนปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้
  • แก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการผลิต เช่น ปัญหาเรื่องกำหนดการ งบประมาณ บุคลากร เป็นต้น
  • ประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานราบรื่นและลงตัว โดยคอยรายงานความคืบหน้าให้ Producer ทราบอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบคุณภาพของผลงานในระหว่างการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่ตั้งไว้

Production Manager : ผู้จัดการกองถ่าย

Production Manager หรือผู้จัดการกองถ่ายเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการรับผิดชอบดูแลการปฏิบัติงานของกองถ่ายภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ในพื้นที่ภาคสนาม พวกเขาจะทำงานใกล้ชิดกับทีมงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทำนอกสตูดิโอ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผลิต ฝ่ายเทคนิคกล้อง ฝ่ายแสง ฝ่ายเสียง ฝ่ายศิลป์ รวมถึงนักแสดง หน้าที่หลักของผู้จัดการกองถ่ายคือการควบคุมและดูแลให้การถ่ายทำในกองถ่ายภาคสนามดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่การจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมสำหรับการถ่ายทำ ประสานงานกับเจ้าของสถานที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขออนุญาตและจัดสรรบริเวณพื้นที่ให้การถ่ายทำ พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

นอกจากนี้ผู้จัดการกองถ่ายยังมีหน้าที่ในการวางแผนและควบคุมกำหนดการถ่ายทำในแต่ละวันให้เป็นไปตามเวลาที่กำหนด โดยคอยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้แก่ทีมงานทุกฝ่ายในกองถ่าย หากเกิดปัญหาหรืออุปสรรคขึ้นระหว่างการถ่ายทำ พวกเขาจะเป็นผู้ประสานงานและแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้การถ่ายทำดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น การทำงานของผู้จัดการกองถ่ายเน้นไปที่การอำนวยความสะดวก ควบคุม และประสานงานให้เกิดการปฏิบัติงานที่ลงตัวและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลงานออกมาตามมาตรฐานที่ตั้งไว้

Production Accountant : ฝ่ายบัญชีกองถ่าย

ในการผลิตภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ การบริหารจัดการงบประมาณเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ Production Accountant หรือฝ่ายบัญชีกองถ่าย พวกเขาจะทำหน้าที่เสมือนผู้อำนวยการงบประมาณของกองถ่ายภาคสนาม

บทบาทของฝ่ายบัญชีกองถ่ายมีด้วยกันหลายประการ เริ่มจากการวางแผนงบประมาณของกองถ่ายให้สอดคล้องกับงบประมาณหลักของโครงการ จากนั้นจึงควบคุมและกำกับดูแลให้การใช้จ่ายเงินของแต่ละฝ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกินวงเงินที่กำหนด พวกเขาต้องติดตามการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด ทำการบันทึกและรายงานสถานะทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและประเมินได้ว่าการเบิกจ่ายเป็นไปตามแผนหรือไม่ หากมีการใช้จ่ายที่ผิดปกติหรือเกินกรอบงบประมาณ ฝ่ายบัญชีกองถ่ายจะต้องหาสาเหตุและวิธีการแก้ไข เพื่อควบคุมให้โครงการผลิตอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้พวกเขายังต้องประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ให้ทุนเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงิน จัดทำรายงานสรุปค่าใช้จ่ายโดยรวมเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ เพื่อรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด

Director : ผู้กำกับ เป็นผู้ที่ควบคุมกองถ่าย

ผู้กำกับถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเด่นในการควบคุมและกำกับดูแลให้การผลิตภาพยนตร์หรือละครเป็นไปตามวิสัยทัศน์และแนวคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการ พวกเขาจะเริ่มต้นจากการศึกษาและทำความเข้าใจกับบทภาพยนตร์หรือบทละคร จากนั้นจึงวางกรอบแนวคิดในการถ่ายทำ กำหนดรูปแบบการเล่าเรื่อง มุมกล้อง ทำนองและอารมณ์ของภาพและเสียง เพื่อให้สื่อถึงจิตวิญญาณของเรื่องราวได้อย่างชัดเจน บนกองถ่าย ผู้กำกับจะมีบทบาทเป็นผู้นำที่คอยสั่งการและควบคุมกระบวนการทำงานของทีมงานแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกล้อง ฝ่ายแสง เสียง ศิลป์ รวมถึงการแสดงของนักแสดง เพื่อให้ได้มาซึ่งภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบตามวิสัยทัศน์ของพวกเขา ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ ผู้กำกับมีหน้าที่ดูแลกำกับการแสดง ความต่อเนื่องของเรื่อง ตลอดจนควบคุมทิศทางและพลังของเนื้อหาให้เป็นไปตามที่ต้องการ

นอกเหนือจากในกองถ่ายแล้ว ผู้กำกับยังมีส่วนร่วมในขั้นตอนก่อนการถ่ายทำและหลังการถ่ายทำ โดยจะให้คำแนะนำในการเลือกนักแสดง ปรึกษาหารือกับทีมงานฝ่ายต่างๆ ติดตามความคืบหน้าในขั้นตอนการตัดต่อ และควบคุมดูแลงานในภาพรวม เพื่อให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบตามวิสัยทัศน์ ด้วยบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำและผู้ควบคุมการผลิตทั้งหมด ผู้กำกับจึงนับว่าเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดรูปแบบ จังหวะ และคุณภาพของภาพยนตร์หรือละครเรื่องนั้นๆ เพื่อให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดตามแนวคิดสร้างสรรค์ที่วางไว้

First Assistant Director (1st AD) : ผู้ช่วยผู้กำกับหนึ่ง

First Assistant Director (1st AD) เป็นผู้ช่วยผู้กำกับที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมดูแลกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เขาทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานด้านต่างๆ รวมถึงการจัดการตารางการถ่ายทำ คอยควบคุมกำกับดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน นอกจากนี้ 1st AD ยังมีหน้าที่ในการรักษาระเบียบวินัยและความเรียบร้อยในกองถ่าย พร้อมตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที

Second Assistant Director (2nd AD) : ผู้ช่วยผู้กำกับสอง

Second Assistant Director (2nd AD) เป็นผู้ช่วยของ First Assistant Director (1st AD) ในการดูแลกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ บทบาทหลักของ 2nd AD คือการประสานงานและจัดการด้านการดำเนินงานในกองถ่าย เพื่อสนับสนุนการทำงานของ 1st AD ให้เป็นไปอย่างราบรื่น เขาจะทำงานร่วมกับทีมงานฝ่ายต่างๆ ในการจัดเตรียมสถานที่ถ่ายทำ ควบคุมผู้แสดงนำ คอยดูแลผู้แสดงสมทบและผู้มีส่วนร่วม รวมถึงประสานงานในเรื่องของยานพาหนะและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายทำ

Third Assistant Director (3rd AD) : ผู้ช่วยผู้กำกับสาม

Third Assistant Director (3rd AD) เป็นผู้ช่วยลำดับที่สามของผู้กำกับ มีบทบาทในการให้การสนับสนุนด้านการบริหารจัดการและปฏิบัติการแก่ 1st AD และ 2nd AD โดยทั่วไปแล้ว 3rd AD จะทำหน้าที่ในการจัดการและประสานงานกับผู้แสดงสมทบและผู้มีส่วนร่วมอื่นๆ ในกองถ่าย ดูแลเรื่องการจราจร อาหาร เครื่องแต่งกาย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้แสดงและทีมงาน รวมถึงช่วยเหลืองานด้านปฏิบัติการต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา

Director of Photography (DOP/DP) : ผู้กำกับภาพ

Director of Photography (DOP/DP) เป็นบุคคลสำคัญที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับภาพถ่ายทำในภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ DP ทำงานร่วมกับผู้กำกับในการวางแผนและออกแบบทุกช็อตให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ทางสุนทรียภาพ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการเลือกใช้อุปกรณ์ถ่ายทำ ควบคุมแสงและมุมกล้อง รวมถึงการกำหนดรูปแบบของภาพให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง DP จึงเปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญด้านภาพที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานทางภาพให้มีคุณภาพและสวยงาม

Camera Operator : ช่างภาพ

Camera Operator เป็นผู้ควบคุมและปฏิบัติการกล้องถ่ายภาพในการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ช่างภาพจะทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพ (Director of Photography) ในการปรับตั้งค่ากล้อง ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้อง รวมถึงการจัดองค์ประกอบภาพให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ช่างภาพต้องมีความชำนาญในการใช้งานกล้องและอุปกรณ์ถ่ายทำต่างๆ เป็นอย่างดี เพื่อสามารถสร้างสรรค์ภาพที่มีคุณภาพและตรงตามแนวคิด

Focus Puller : ผู้ปรับชัดระยะถ่าย

Focus Puller หรือผู้ช่วยกล้อง1 (1st Assistant Camera)เป็นคนคอยวัดระยะโฟกัสและหมุนโฟกัสให้เข้าจุดมาร์ค เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด เพราะกล้องถ่ายหนังสมัยก่อนไม่มีระบบ Auto Focus นั่นเอง ถึงแม้ว่าในสมัยนี้กล้อง cinema บางตัวนั้นมีระบบ Auto Focus แล้ว แต่คนยังนิยมใช้การหมุนแบบ Manual อยู่เพราะการสื่ออารมณ์จากมนุษย์สู่มนุษย์ ย่อมได้ความรู้สึกมากกว่าการสื่ออารมณ์จากสมองกลสู่มนุษย์

First Assistant Camera (1st AC) : ผู้ช่วยช่างภาพหนึ่ง

First Assistant Camera (1st AC): ผู้ช่วยช่างภาพหนึ่ง (1st AC) เป็นบทบาทสำคัญในทีมถ่ายภาพ มีหน้าที่ช่วยช่างภาพในการดูแลกล้องและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งค่าและปรับเปลี่ยนเลนส์ตามความต้องการของผู้กำกับภาพ ตรวจสอบคุณภาพของภาพและทำการแก้ไขในกรณีที่จำเป็น ดูแลให้กล้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Second Assistant Camera (2nd AC) : ผู้ช่วยช่างภาพสอง

Second Assistant Camera (2nd AC): ผู้ช่วยช่างภาพสอง (2nd AC) เป็นผู้ช่วยในการเตรียมและดูแลอุปกรณ์ต่างๆ เช่นกล้องและเลนส์ รับผิดชอบการเปลี่ยนเลนส์ตามคำสั่ง และจัดเก็บข้อมูลภาพให้เรียบร้อย นอกจากนี้ยังช่วยในการเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทำโดยรวม เช่น การตรวจสอบและจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นตามคำสั่งของผู้กำกับภาพ

Claper/Loader : ผู้ช่วยผู้กำกับภาพสอง ช่วยในการวัดระยะภาพและบันทึกสเลท

Clapper/Loader: ผู้ช่วยผู้กำกับภาพสอง (Clapper/Loader) เป็นบทบาทที่มีหน้าที่หลายอย่างในทีมถ่ายภาพ หน้าที่หลักคือการช่วยในการวัดระยะภาพโดยใช้เครื่อง Clapperboard ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการตัดต่อภาพยนตร์ โดยบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฉาก เช่น เลขฉาก รุ่นของกล้อง และคำแนะนำพิเศษ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการบันทึกสเลท (slate) ที่ช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องของภาพและเสียงในขณะถ่ายทำ Clapper/Loader มีบทบาทที่สำคัญในการแนบกล้อง การปรับเปลี่ยนเลนส์ และการดูแลอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกล้องภาพ ดังนั้น เป็นผู้ที่มีความสำคัญในการดูแลให้ทุกสิ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ทำให้กระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระเบียบ

Dolly Pusher : ผู้เข็นดอลลี่ ฐานเลื่อนใต้กล้อง อาจรวมถึงเครนด้วย

Dolly Pusher: เป็นบทบาทที่รับผิดชอบในการเคลื่อนย้ายฐานเลื่อน (dolly) ที่กล้องถ่ายภาพถืออยู่ ซึ่งฐานเลื่อนนี้มักจะถูกใช้ในการสร้างเส้นทางการเคลื่อนไหวของกล้องในฉากที่ถ่ายภาพ โดยช่วยให้มีเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวที่สวยงามและน่าสนใจ นอกจากนี้ ในบางครั้ง Dolly Pusher อาจรวมถึงหน้าที่ในการใช้เครน (crane) ที่เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการถ่ายภาพ โดยช่วยให้กล้องสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างเสรีในแนวราบและตามเส้นทางที่ต้องการ บทบาทของ Dolly Pusher เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ภาพยนตร์มีความน่าสนใจและมีคุณภาพสูง โดยการสร้างเอฟเฟกต์การเคลื่อนที่ที่ตรงกับความต้องการของผู้กำกับภาพและนักแสดง

Digital Imaging Technician (DIT) : ผู้จัดการข้อมูลภาพ ณ กองถ่าย

Digital Imaging Technician (DIT): เป็นบทบาทที่รับผิดชอบในการดูแลและจัดการข้อมูลภาพที่ถ่ายจากกล้อง ซึ่งรวมถึงการสร้างสีและการปรับแต่งภาพเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดในกระบวนการตัดต่อหรือผลิตภัณฑ์สุดท้าย ผู้ออกแบบแสง (Gaffer) เป็นบทบาทที่มีความสำคัญมากในทีมถ่ายภาพ มีหน้าที่หลักในการสร้างและปรับแสงให้เหมาะสมสำหรับฉากที่ถ่ายภาพ หน้าที่ของ Gaffer ไม่ได้เพียงแค่การใช้ไฟฟ้าในการสร้างแสง แต่ยังเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างอารมณ์และมุมมองที่ถูกต้องของแสงในแต่ละฉาก

Gaffer : ผู้ออกแบบแสง

ผู้ออกแบบแสง (Gaffer) เป็นบทบาทที่มีความสำคัญมากในทีมถ่ายภาพ มีหน้าที่หลักในการสร้างและปรับแสงให้เหมาะสมสำหรับฉากที่ถ่ายภาพ หน้าที่ของ Gaffer ไม่ได้เพียงแค่การใช้ไฟฟ้าในการสร้างแสง แต่ยังเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างอารมณ์และมุมมองที่ถูกต้องของแสงในแต่ละฉาก Gaffer ทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพและผู้กำกับฉากเพื่อเข้าใจและปรับแสงตามความต้องการของฉากและความเรียบร้อยของภาพที่ต้องการสร้างขึ้น โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไฟฟ้า สไตล์ หรือโปรเจคเตอร์ เพื่อสร้างเอฟเฟกต์แสงที่ตรงตามความต้องการของผู้กำกับภาพ นอกจากนี้ Gaffer ยังมีหน้าที่ในการควบคุมและปรับแสงในระหว่างการถ่ายภาพ โดยการใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การใช้แสงที่มีความแข็งแรงหรืออ่อนนุ่ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามที่คาดหวังและมีคุณภาพสูงสุดในการถ่ายภาพ

Script Supervisor : ผู้ดูแลความต่อเนื่องของบท

Script Supervisor: มีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องของบทและการแสดงในแต่ละฉาก รวมถึงการจดบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับฉาก เช่น การพูดของนักแสดง การวางตำแหน่งของอ็อบเจกต์ และรายละเอียดอื่นๆ เพื่อให้การแสดงมีความต่อเนื่องและถูกต้อง

Continuity : ผู้ดูแลและจดจำความต่อเนื่อง คอยดูแลความต่อเนื่องของการแสดงในแต่ละช็อต

ผู้ดูแลความต่อเนื่อง (Continuity) มีหน้าที่ในการดูแลและจดจำความต่อเนื่องของสิ่งต่างๆ ในแต่ละฉาก เช่น การตัดต่อเรื่องราว การใช้งานอ็อบเจกต์ และการแสดงของนักแสดง เพื่อให้ฉากแต่ละฉากมีความสอดคล้องและต่อเนื่องกันในภาพยนตร์

Art Director : ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ มีหน้าที่ดูแลและตกแต่งฉาก

Art Director เป็นผู้ที่มีความชำนาญในการออกแบบและตกแต่งฉากในภาพยนตร์ มีหน้าที่ในการจัดการดูแลความสวยงามและรายละเอียดในฉาก รวมถึงการเลือกสร้างเฟอร์นิเจอร์ การเรียงวัตถุ และการวางแผนเพื่อให้ฉากเหมาะสมกับบทบาทและบรรยากาศของเรื่อง

Prop Master : หัวหน้าอุปกรณ์และวัสดุ

Prop Master (หัวหน้าอุปกรณ์และวัสดุ) เป็นคนที่รับผิดชอบในการจัดการและดูแลอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการถ่ายภาพ เช่น อาวุธ ของเล่น หรืออุปกรณ์ที่เป็นส่วนของฉาก เป็นคนที่มีความชำนาญในการค้นหา จัดหา และจัดเตรียมวัสดุให้พร้อมสำหรับการถ่ายภาพ

Unit Carpenter/Painter : ช่างไม้และทาสี

Unit Carpenter/Painter เป็นช่างที่มีความชำนาญในการทำงานกับวัสดุเช่น ไม้และทาสี เป็นผู้ที่รับผิดชอบในการสร้างหรือปรับปรุงฉากให้เหมาะสมตามความต้องการของผู้กำกับภาพ รวมถึงการสร้างสถานที่และองค์ประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับฉาก

Electrician : ช่างไฟฟ้า ดูแลเรื่องไฟฟ้าในกองถ่าย

Electrician เป็นช่างที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลระบบไฟฟ้าในกองถ่าย มีหน้าที่ในการติดตั้ง ปรับปรุง และดูแลระบบไฟฟ้าทั้งหมดในพื้นที่ถ่ายภาพ เพื่อให้มีการใช้งานไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามที่คาดหวังในฉากที่ถ่ายภาพ

Rigger : ผู้ดูแลเครื่องมือขนาดใหญ่

Rigger (ผู้ดูแลเครื่องมือขนาดใหญ่) เป็นบทบาทที่มีความสำคัญในการดูแลและจัดการกับเครื่องมือขนาดใหญ่ที่ใช้ในการถ่ายภาพ หน้าที่หลักของ Rigger คือการติดตั้งและปรับแต่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพ เช่น โครงหลังของกล้อง ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ Rigger มักจะมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์พิเศษ เช่น ระบบรอกและสาย โยงเครื่องมือให้มั่นคงและปลอดภัย โดยใช้เทคนิคและกรรมการที่เชี่ยวชาญ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย นอกจากนี้ Rigger ยังมีหน้าที่ในการบำรุงรักษาและดูแลเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายภาพ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการถ่ายภาพ

Costume Designer : ผู้ออกแบบเสื้อผ้า

Costume Designer เป็นบทบาทสำคัญในวงการภาพยนตร์ที่มีหน้าที่ในการออกแบบและสร้างเสื้อผ้าสำหรับนักแสดงในฉากถ่ายภาพ หน้าที่ของ Costume Designer ไม่ได้เพียงแค่การออกแบบเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่ต้องเข้าใจบทบาทและบรรยากาศของฉากเพื่อสร้างลุคที่เหมาะสมและมีความสมจริง Costume Designer จะต้องทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพและนักแสดงเพื่อเข้าใจความต้องการและบทบาทของตัวละครในฉาก ซึ่งอาจรวมถึงการวิเคราะห์บทบาท อายุ อาชีพ และสถานะสังคมของตัวละครเพื่อให้เสื้อผ้าสร้างสรรค์และเหมาะสม

นอกจากนี้ Costume Designer ยังต้องคำนึงถึงปัญหาเชิงเทคนิค เช่น การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับฉากและบทบาท การสร้างเสื้อผ้าให้มีความยืดหยุ่นและสามารถใช้งานได้ในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการให้คำแนะนำในการสวมใส่และการดูแลเสื้อผ้าให้ตรงตามความต้องการของฉากและตัวละคร

Make-Up Artist : ช่างแต่งหน้า

Make-Up Artist เป็นผู้ที่มีความชำนาญในการแต่งหน้าและทำผมให้นักแสดงในฉากถ่ายภาพ มีหน้าที่ในการสร้างลุคที่เหมาะสมตามบทบาทและบรรยากาศของฉาก รวมถึงการป้องกันการแตกต่างสารเคมีหรือสารพิษจากสินค้าเครื่องสำอาง

Hair Stylist : ผู้ออกแบบทรงผม

Hair Stylist เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำทรงผมให้กับนักแสดงในฉากถ่ายภาพ มีหน้าที่ในการสร้างทรงผมที่เหมาะสมกับบทบาทและความเรียบร้อยของฉาก รวมถึงการใช้สินค้าทำผมต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามที่คาดหวัง

Boom Operator : คนถือไมค์บูม

Boom Operator เป็นบทบาทที่มีความสำคัญในการถ่ายภาพ เป็นคนที่รับผิดชอบในการถือไมค์บูมในขณะที่ถ่ายภาพเพื่อบันทึกเสียงจากนักแสดงหรือสถานที่ที่เหมาะสม หน้าที่หลักของ Boom Operator คือการทำให้เสียงที่ถ่ายได้คุณภาพและชัดเจนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ Boom Operator จะใช้ไมค์บูมที่มีด้านตัดเย็นเพื่อให้สามารถติดตามเสียงของนักแสดงได้อย่างแม่นยำ โดยการควบคุมทิศทางและระดับเสียงให้เหมาะสมกับฉากและบทบาทของนักแสดง มีความสำคัญที่ Boom Operator จะต้องมีความชำนาญในการควบคุมไมค์บูมให้ห่างพอเหมาะเพื่อไม่ให้ปรากฎในภาพและให้เสียงที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ Boom Operator ยังต้องมีความสามารถในการเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยนและทันสมัย เพื่อให้สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ขณะถ่ายภาพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม บทบาทของ Boom Operator เป็นส่วนสำคัญที่มีผลมากในการบันทึกเสียงที่มีคุณภาพและสร้างประสบการณ์การรับชมที่ดีให้กับผู้ชม

Sound Recordist : ผู้บันทึกเสียง

Sound Recordist เป็นบทบาทที่มีความสำคัญในการบันทึกเสียงในฉากถ่ายภาพ เป็นคนที่รับผิดชอบในการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อบันทึกเสียงที่มีคุณภาพและชัดเจน หน้าที่หลักของ Sound Recordist คือการควบคุมและบันทึกเสียงจากนักแสดงหรือสถานที่ที่เหมาะสมในขณะที่ถ่ายภาพ Sound Recordist เป็นบทบาทที่มีความสำคัญในการบันทึกเสียงในฉากถ่ายภาพ เป็นคนที่รับผิดชอบในการใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อบันทึกเสียงที่มีคุณภาพและชัดเจน หน้าที่หลักของ Sound Recordist คือการควบคุมและบันทึกเสียงจากนักแสดงหรือสถานที่ที่เหมาะสมในขณะที่ถ่ายภาพ

เพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของ Sound Recordist คือการทำงานร่วมกับผู้กำกับภาพและผู้กำกับฉากเพื่อให้เสียงสอดคล้องกับภาพและบทบาทของตัวละคร และการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการบันทึกเสียงในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะถ่ายภาพ บทบาทของ Sound Recordist เป็นส่วนสำคัญที่มีผลในการสร้างเสียงที่มีคุณภาพและนำเสนอประสบการณ์การรับชมที่ดีให้กับผู้ชม

Sound Designer : ผู้ออกแบบเสียง

Sound Designer เป็นบทบาทที่มีความสำคัญในการสร้างประสบการณ์เสียงที่น่าทึ่งและมีคุณภาพให้กับผู้ชม หน้าที่หลักของ Sound Designer คือการออกแบบและสร้างเสียงต่างๆ ในฉากถ่ายภาพเพื่อให้สร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่มีความเป็นมากในการรับชม Sound Designer จะใช้การบันทึกเสียงที่มีอยู่ หรือสร้างเสียงใหม่ขึ้นมาให้ตรงกับบทบาทและบรรยากาศของฉาก โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่หลากหลาย เช่น การใช้เสียงจากฐานข้อมูลเสียง การเอาแต่งเสียง การใช้เครื่องมือดิจิตัล และการสร้างเสียงผ่านการมีส่วนร่วมของนักดนตรีหรือผู้ร้องเพลง

นอกจากนี้ Sound Designer ยังมีบทบาทในการปรับแต่งเสียงให้เข้ากับฉากและบทบาทของตัวละครอย่างที่เหมาะสม รวมถึงการใช้เสียงพิเศษ เช่น เสียงอุโมงค์ หรือเสียงอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความสมจริงและความตื่นเต้นให้กับฉาก บทบาทของ Sound Designer เป็นส่วนสำคัญที่มีผลในการสร้างประสบการณ์การรับชมที่เต็มไปด้วยเสียงที่น่าทึ่งและมีคุณภาพแก่ผู้ชม

Assistant Sound Engineer : ผู้ช่วยผู้บันทึกเสียง (ส่วนมากจะต้องช่วยถือไมค์บูม)

Assistant Sound Engineer เป็นผู้ช่วยเหลือผู้บันทึกเสียงหลักในการจัดการและควบคุมเสียงสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ หน้าที่หลักของพวกเขาคือการถือไมค์บูม (Boom Microphone) เพื่อจับเสียงบทสนทนาของนักแสดงให้ได้อย่างชัดเจนและมีคุณภาพ ผู้ช่วยผู้บันทึกเสียงต้องมีความละเอียดรอบคอบ สามารถเคลื่อนที่และวางตำแหน่งไมค์บูมได้อย่างนุ่มนวลโดยไม่ปรากฏในภาพ พวกเขาจะทำงานภายใต้การควบคุมดูแลของผู้บันทึกเสียงหลัก เพื่อให้ได้เสียงที่สมบูรณ์ตามที่ต้องการ

Editor : ผู้ตัดต่อลำดับภาพ

Editor หรือผู้ตัดต่อลำดับภาพ มีบทบาทสำคัญในการนำเอาวัสดุภาพและเสียงที่ถ่ายทำมาจากกองถ่าย มาจัดเรียงและประกอบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างเป็นผลงานภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ฉบับสมบูรณ์ ผู้ตัดต่อจะทำงานร่วมกับผู้กำกับในการเลือกและนำเสนอเนื้อหาและจังหวะต่างๆ ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ การตัดต่อที่ดีจะช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึก ดึงดูดความสนใจ และสื่อสารเรื่องราวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Colorist : ผู้ออกแบบสีภาพ

Colorist หรือผู้ออกแบบสีภาพ เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการปรับแต่งและกำหนดอารมณ์ความรู้สึกของภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ผ่านการควบคุมและจัดการสีสันของภาพ พวกเขาจะทำงานร่วมกับผู้กำกับและช่างภาพ เพื่อสร้างสรรค์ภาพที่มีสีสันสวยงาม น่าประทับใจ และสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ตรงตามแนวคิด โดยการปรับเปลี่ยนค่าสี ความสว่าง ความคมชัด รวมถึงการใช้ตัวแปรอื่นๆ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบตามที่ต้องการ

Stills Photographer : ผู้บันทึกภาพนิ่ง

Stills Photographer หรือผู้บันทึกภาพนิ่ง เป็นผู้รับผิดชอบในการถ่ายภาพนิ่งบนกองถ่ายภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ภาพถ่ายเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ประกอบในการประชาสัมพันธ์และโปรโมทผลงาน เช่น ใบปิดภาพยนตร์ โปสเตอร์ แผ่นพับ เว็บไซต์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ ผู้บันทึกภาพนิ่งต้องมีทักษะการถ่ายภาพที่โดดเด่น สามารถจับจังหวะและมุมมองที่น่าสนใจได้อย่างแม่นยำ พวกเขาจะทำงานควบคู่ไปกับช่างภาพและทีมงานอื่นๆ เพื่อสร้างสรรค์ภาพนิ่งที่สวยงามและดึงดูดความสนใจ

Police Liasion : ผู้ติดต่อประสานงาน

Police Liaison หรือผู้ติดต่อประสานงาน เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงและประสานงานระหว่างทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์กับหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บทบาทหลักของพวกเขาคือการขออนุญาตและจัดการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่น การปิดถนน การระเบิดวัตถุระเบิด หรือการแสดงฉากอันตราย เพื่อให้การดำเนินงานของทีมงานเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎระเบียบ ผู้ติดต่อประสานงานจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและขั้นตอนปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

TAG ที่เกี่ยวข้อง:
admin
ผู้เขียน AMINTRA CHAIPAK

หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Sixtygram ดำรงต่ำแหน่งทั้ง CEO และนักการตลาดผู้เชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ด้าน Digital Marketing จะไม่มีวันหยุดนิ่ง และจะปรับเปลี่ยในทุกๆวัน การแสวงหาความรู้เพื่อยอดต่อในธุรกิจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด