AMINTRA

18 มีนาคม 2024

SEO สายขาว VS สายเทา ทำแบบไหนดีกว่ากัน?

หากคุณกำลังสนใจเรื่อง SEO มาสักระยะหนึ่ง คงจะได้พบเห็นกับคำที่ว่า SEO สายขาว(White Hat SEO) อยู่จำนวนมากที่ผู้รับทำ SEO มักกล่าวถึงเมื่อมีการจ้างงาน หรือเสนองานแก่เว็บไซต์ที่กำลังทำ SEO แต่อย่างไรก็ดี ทางผู้เขียนเห็นว่าในประเทศไทยยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่จำนวนมากของทั้งนัก SEO สายขาวและ SEO สายเทา ดังนั้นในวันนี้ SixtyGram จะขอนำเสนอและอธิบายข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการทำ SEO ทั้งสองประเภทนี้กัน

โดยเนื้อหานี้เราจะอธิบายถึง

หลักเกณฑ์สำหรับการทำ SEO

image 11

โดยทั่วไปแล้วการทำ SEO หรือ การปรับปรุงการแสดงผลบนหน้าค้นหา จะเกิดขึ้นที่ Google.com เป็นหลัก ซึ่งการทำ SEO ทุกแผนงานล้วนแต่ต้องปฎิบัติตาม หลักเกณฑ์สำหรับผู้ดูแลเว็บของ Google (Google Search Essentials) ซึ่งเปรียบเสมือนคู่มือของนักพัฒนาเนื้อหาบนเว็บไซต์ทั้งสิ้น

SEO สายเทา

เว็บไซต์ถือเป็นกลยุทธิ์ทางการตลาดที่สำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจบนหน้าการค้นหา ดังนั้น จึงมีบุคคลบางกลุ่มได้ละเมิดหลักเกณฑ์หรือแนวทางปฎิบัติของเครื่องมือ Seach Engine ที่เป็นไปโดยธรรมชาติและส่งผลให้อันดับ(Ranking)ของเว็บไซต์ตนแสดงผลอยู่เหนือคู่แข่งให้รวดเร็ว ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ และกระจายจำนวนให้มากที่สุด เราจึงเรียกกลุ่มวิธีการเหล่านี้ว่า SEO สายเทา หรือ Black Hat SEO

image 12

เทคนิค SEO สายเทา

  • แสปมคีย์เวิร์ดสำคัญ: การเติมคำสำคัญที่ผู้คนมักจะค้นหาในจำนวนที่มากเกินไป เช่น ในหัวข้อ แท็กชื่อ หรือจุดที่สามารถพบได้ยาก ผิดหลักไวยกรณ์ และสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีแก่ผู้อ่าน
  • ซ่อนเนื้อหา: นัก SEO สายเทาบางท่าน ใช้แท็ก(Tags)เพื่อซ่อนเนื้อหาบางส่วนหรือทั้งหมดที่ทำให้ผู้อ่านไม่พบเห็น หากแต่เครื่องมือค้นหาพบเห็น
  • ซื้อ Blacklink: การสร้างลิงก์(Link Builder) เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องสามารถทำให้อันดับเว็บไซต์สูงขึ้นได้ ซึ่งโดยมากจะเป็นการให้การรับรองกันระหว่างเว็บไซต์ที่เนื้อหามีความน่าเชื่อถือและกล่าวถึงกันเป็นหลัก หากแต่ นัก SEO สายเทาจะใช้การซื้อลิงก์ซึ่งเป็นการละเมิดนโยบายของ Seach Engine ที่ต้องการให้การแลกเปลี่ยน Blacklink เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
  • สร้างกลุ่มลิงก์ส่วนตัว: หลักการนี้จะคล้ายกับวิธีการทำ PBN คือการสร้างเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับเว็บไซต์หลักจำนวนมาก หากแต่มีการแก้ไขเนื้อหาในกลุ่มลิงก์ที่เล็กน้อย และมีการส่งลิงก์และผู้เข้าชมไปยังหน้าเว็บไซต์เดียวอย่างจงใจ
  • แฮกเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ: เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐที่มักลงท้ายด้วย .go.th หรือเว็บไซต์สถาบันการศึกษา .ac.th มักจะมีคะแนนค่าความน่าเชื่อถือ(authority score) ที่สูงซึ่งเหล่านัก SEO สายเทาจะแฮกเพื่อแฝงลิงก์และredirect เข้าสู่เว็บไซต์ของตนเอง

ผลของการทำ SEO สายเทา

แน่นอนว่า SEO สายเทา(Black hat SEO) จะได้รับผลลัพธิ์ที่ดีในระยะสั้น อันดับ(Ranking)และจำนวนคำค้นหาสำคัญ(Keyword)จะเห็นผลมากขึ้นในระยะเวลา 1 – 2 เดือนหลังทำตามกลยุทธิ์ของ SEO สายเทาที่ Seach Engine ยังไม่สามารถตรวจพบได้ 

หากแต่การทำ SEO สายเทา จะทำให้เว็บไซต์ละเมิดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ดูแลเว็บ(Google Search Essentials) เว็บไซต์ที่ทำ SEO สายเทาจึงเข้าสู่กลุ่มเสี่ยงที่ Google จะใช้กระบวนการที่เข้มงวดตรวจจับว่าเป็นเว็บไซต์แสปม กล่าวคือ หากถูกตรวจพบเว็บไซต์ที่ทำ SEO สายเทาจะถูกทำให้การจัดอันดับต่ำลงหรือไม่แสดงในผลการค้นหาของ Google อย่างสิ้นเชิง

ในความเห็นของผู้เขียน ระบบป้องกันเว็บไซต์แสปมของ Google Seach ยังไม่สามารถตรวจพบเว็บไซต์ที่ทำ SEO สายเทาได้ทั้งหมดในปัจจุบัน หากแต่ระบบอัลกอริทึมที่ตรวจสอบเว็บไซต์แสปมและทีมงานผู้พัฒนาระบบหน้าค้นหาได้ทำงานอย่างหนักเพื่อกำจัดเนื้อหาจาก SEO สายเทาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ในอนาคตอัลกอริและทึมตรวจจับเว็บไซต์ที่ละเมิดนโยบายจะเชี่ยวชาญมากขึ้นซึ่งอาจส่งผลเสียที่ร้ายแรงต่อธุรกิจได้หากเลือกทำ SEO สายเทาเป็นทางเลือกหลัก

image 14

SEO สายขาว

SEO สายขาว หรือ White hat SEO เป็นเรื่องที่เรียบง่ายกว่า SEO สายเทามาก เทคนิคและวิธีการทำ SEO สายขาวขึ้นอยู่กับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้อ่านและผู้ใช้งานเว็บไซต์ ทั้งในด้าน UX UI เนื้อหาคุณภาพสูง และ ลิงก์เชื่อมโยงที่เป็นไปโดยธรรมชาติทางการตลาด ซึ่งเว็บไซต์ SEO สายขาวจะถูกอัปเดตและไร้ซึ่งข้อกังวลด้านการลงโทษจากเครื่องมือค้นหา ซึ่งในระยะยาวสามารถแสดงผลได้ดียิ่งขึ้น

ข้อแตกต่างที่สำคัญของ SEO สายขาว และ SEO สายเทา คือ ระยะเวลาที่เว็บไซต์จะคงอยู่บนหน้าค้นหา(Seach Engine) หากสายเทาจะเห็นผลรวดเร็วในระยะสั้น กลับกันที่สายขาวที่มักเห็นผลช้า แต่สามารถคงอยู่ในธุรกิจและเติบโตเป็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่ในระยะยาว

เทคนิค SEO สายขาว

เขียนเนื้อหาคุณภาพสูง

เครื่องมือค้นหาจะให้คะแนนและอันดับที่ดี แก่เว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยเนื้อหาที่มีการเรียบเรียงอย่างดี และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และอ่านเข้าใจได้ง่าย หากเว็บไซต์ของคุณเต็มไปด้วยเนื้อหาคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพของผู้ให้เนื้อหา Google และเครื่องมือค้นหาอื่นๆ จะจัดอันดับ(Ranking)ให้อยู่เหนือคู่แข่งที่เนื้อหาคุณภาพรองลงมา

ดังนั้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาของคุณเป็นไปตาม หลักเกณฑ์สำหรับผู้ดูแลเว็บของ Google (Google Search Essentials) ซึ่งมีหลักเกณฑ์ย่อยได้แก่ E-E-A-T (ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ(บุคคล) และความไว้วางใจ และสำหรับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาด้านการเงินหรือทางการแพทย์ จะต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ Google YMYL (เงินหรือชีวิตของคุณ) และ Google Medic อัปเดต 

สำหรับการเขียนเนื้อหาคุณภาพสูง หากมองว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อน บริษัทเอเจนซี่ SEO หลายแห่ง สามารถให้คำแนะนำแก่คุณได้ในการสร้างเนื้อหาที่มีการรวบรวมข้อมูลที่ครบถ้วน(Reseach) จัดทำแผนงาน SEO โดยเลือกใช้คำสำคัญ(Keyword) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณเป็นอย่างดีโดยที่ไม่ใช่สแปม ปฎิติบัติตามหลักเกณฑ์สำหรับผู้ดูแลเว็บ(Google Search Essentials)และหลักเกณฑ์อื่น ๆ อย่างรัดกุม เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ของคุณเติบโตได้โดยง่ายและมีการจัดการเป็นขั้นตอน

ค้นหาคำสำคัญให้แม่นยำ

การใช้คำสำคัญหรือคีย์เวิร์ดหลัก(Keyword)ในทางที่ผิดอาจเสี่ยงต่อการละเมิดหลักเกณฑ์ของ Seach Engine ได้เช่นกัน ดังนั้น SEO เอเจนซี่จำนวนมากจึงใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อค้นหาคำสำคัญที่ผู้คนค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายและเป็นถ้อยคำยอดนิยม ด้วยวิธีที่แตกต่างออกไปตามกลยุทธิ์ทางการตลาด เราแนะนำให้ทำแบบเดียวกันสำหรับ SEO สายขาว รวมคำสำคัญจำนวนมากไว้ ใช้เครื่องมือพิเศษเช่น Ahrefs หรือ Ubersuggest(ฟรี) หากแต่ต้องมั่นใจว่าการใช้ Keyword นั้นๆ จะไม่เกิดเป็นแสปมที่มากเกินไป และเป็นไปอย่างมีแบบแผน (Google แนะนำว่าควรกล่าวถึงคำสำคัญไม่เกิน 3 ครั้งต่อหนึ่งเนื้อหา)

ออกแบบเว็บไซต์ให้ดี

เว็บไซต์ที่ใช้งานได้ดีกว่าและใช้งานง่ายมีแนวโน้มที่จะปรากฏในผลการค้นหามากกว่า มีหลายวิธีที่เว็บไซต์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมโยงภายใน(Internal Link)ที่เข้าถึงได้ง่าย มีการระบุ มาร์กอัป Structured Data ไปจนถึงการเขียนโค้ดที่ชัดเจนและง่ายต่อ Google Bot ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นหากคุณต้องการจะไต่อันดับ(Ranking)เหนือคู่แข่ง สิ่งสำคัญคือให้ทั้งผู้ใช้(User)และเครื่องมือค้นหา(Seach Engine)เข้าถึงได้ง่าย บางกลยุทธ SEO สายขาวแนะนำใช้ Silo Structure กับเนื้อหา ตัดต่อคำให้สมบูรณ์ และพัฒนาระบบเมนูของเว็บไซต์

เปรียบเทียบ SEO สายเทา vs สายขาว

VSSEO สายเทาSEO สายขาว
กลยุทธ์กลยุทธ์ SEO เชิงรุกที่ออกแบบมาหลอกเครื่องมือค้นหา(ละเมิดหลักเกณฑ์) โดยไม่สนใจผู้อ่านเนื้อหาที่เป็นมนุษย์กลยุทธ์ SEO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ให้ผู้ชมที่เป็นมนุษย์และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของเครื่องมือค้นหาให้ถูกต้อง
เจตนาผู้ทำถูกใช้โดยนัก SEO สายเทาที่มองหาผลตอบแทนที่รวดเร็วบนเว็บไซต์ในระยะสั้นใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการค้นหาบนเครื่องมือค้นหา ควบคู่ไปกับการรักษาเว็บไซต์ในระยะยาว
เนื้อหามีเนื้อหาและคําสำคัญ(Keyword)สแปมจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงการจัดอันดับมีการวิเคราะห์คำสำคัญ ชื่อหัวข้อ เกริ่นนำ แท็ก ตามความเกี่ยวข้องของธุรกิจในเว็บไซต์
Blacklinkซื้อลิงก์เชื่อมโยง ได้รับ Blcklink ที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับลิงก์เพราะมีเนื้อหาคุณภาพโดยธรรมชาติ
จริยธรรมไร้จริยธรรมการทำ SEOทำ SEO อย่างมีจริยธรรม
ผลลัพธธุรกิจใช้สําหรับเป้าหมายและประโยชน์ระยะสั้นถูกใช้สําหรับเป้าหมายและประโยชน์ระยะยาว
งบประมาณราคาถูกราคาสูง
นโยบายไม่เป็นไปตามแนวทางของ Google หลบเลี่ยง และไม่ได้รับการอนุมัติจากเครื่องมือค้นหามอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ Google ซึ่งได้รับการอนุมัติจากเครื่องมือค้นหา
ผู้ใช้งานมักไม่เป็นไปตามเจตนาของผู้ค้นหาเป็นไปตามเจตนาของผู้ค้นหา
วิธีการใช้ซอฟแวร์ หรือระบบที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติได้รับการจัดอันดับ โดยใช้มนุษย์
UXประสบการณ์ของผู้ใช้ลดลงเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้
บทความไม่ผลิตเนื้อหาคุณภาพสูง เน้นจำนวน และมีเนื้อหาที่ซ้ํากันทุ่มเทให้กับการผลิตเนื้อหาคุณภาพสูงที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน
ความน่าเชื่อถือลดคะแนนของเว็บไซต์(กรณีถูกตรวจพบ)พัฒนาความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์
ความเสี่ยงมีความเสี่ยงสูงมีความเสี่ยงต่ําหรือเป็นศูนย์
TAG ที่เกี่ยวจข้อง:
admin
ผู้เขียน AMINTRA CHAIPAK

หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Sixtygram ดำรงต่ำแหน่งทั้ง CEO และนักการตลาดผู้เชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ด้าน Digital Marketing จะไม่มีวันหยุดนิ่ง และจะปรับเปลี่ยในทุกๆวัน การแสวงหาความรู้เพื่อยอดต่อในธุรกิจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด